คลังเก็บหมวดหมู่: Gclub บทความ

การใช้สูตรเดินเงินทบ 7 ชั้น

การใช้สูตรเดินเงินทบ 7 ชั้น ทำให้นักเดิมพันหลายคนคิดว่าต้องเป็นสูตรมาร์ติงเกลแน่ๆ แต่ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง เพราะเราได้ปรับสูตรการแทงทบใหม่ คือ 1, 2, 3, 5, 7, 9, 11 ถ้าชนะเดิมพันก็แทงเลื่อนไปตามลำดับ แต่ถ้าแพ้เดิมพัน ให้ลดการวางเดิมพันลง 1 หน่วย แพ้อีกก็ลด 1 หน่วยไปเรื่อยๆ แต่ถ้าชนะให้เดิมพันตามลำดับการแทงทบ หากใครไม่เข้าใจ สามารถเข้าไปอ่านในบทความก่อนหน้าได้เลย

จากลำดับการแทงทบ 7 ชั้น (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) ชุดตัวเลขนี้จะจบเมื่อไร เมื่อไรจะได้เริ่มต้นใหม่จาก 1 หน่วย ดังนี้

– เมื่อเดิมพัน 3 ครั้งแรก แล้วก็ชนะติดกันหมดเลย 3 ครั้ง
– เมื่อคุณเดิมพัน 5 ครั้ง แต่คุณชนะไป 4 ครั้ง
– เมื่อคุณชนะได้เงินรวมๆ 10 หน่วยขึ้นไป
– เมื่อคุณแพ้ เดิมพันติดกัน 3 ครั้งติด
– เมื่อคุณแพ้ ครบ 20 หน่วย
– เมื่อคุณชนะหรือแพ้ ที่ตัวเลขตัวสุดท้ายของชุดตัวเลขนี้ คือ 11 หน่วย ตาต่อไปให้เริ่ม 1 หน่วย ใหม่
– นักเดิมพันสามารถหยุดใช้ชุดตัวเลขนี้ได้ทุกเมื่อ

*จำไว้เลยว่า “ถ้าคุณโลภ คุณจะแพ้ให้กับเจ้ามือคาสิโนทันที”

ในทุกครั้งที่เริ่มต้นจะเริ่มต้นที่ตำแหน่งซ้ายสุดของชุดตัวเลขเสมอ และในเกมนี้การเริ่มต้นเกมครั้งแรก คุณจะต้องมีทุนอยู่ 50 เท่าของจำนวนเงินเดิมพันที่น้อยที่สุด เช่น วางเดิมพันหน่วยละ 50 บาท ต้องใช้ทุน 2,500 บาท เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จะทำให้ระบบการเดินเงินสูตรนี้ ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรนั่นเอง

วิธีแก้เกมเมื่อแพ้เดิมพัน

สำหรับสูตรการเล่นบาคาร่าแบบ Second Last (แทงตัวตามผลก่อนหน้า) และ Opposit (แทงสวนตัวติดก่อนหน้า) พร้อมสูตรการเดินเงินทบ 7 ชั้น (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) เริ่มต้นแทงเดิมพันที่ 1 หน่วย หากชนะก็เคลื่อนตัวเลขขึ้นไปตามลำดับชั้น ถ้าคุณแทงแล้วคุณแพ้เดิมพัน ตาต่อไปให้คุณลดจำนวนหน่วยที่จะแทงลง 1 หน่วย

วิธีแก้เกมเมื่อแพ้เดิมพัน ใช้สูตร Second Last และ Opposit + เดินเงินทบ 7 ชั้น ในทุกครั้งที่เดิมพันแพ้ลด 1 หน่วยทุกรอบ (ไม่ใช่ลดชั้นไปทางซ้าย แต่ลดแค่ 1 หน่วย) หากคุณชนะกลับมาเมื่อไร ให้คุณกระโดดไปยังลำดับชั้นถัดไปของชุดตัวเลขเลย มาดูตัวอย่างกันดังนี้

– สมมติเริ่มต้นคุณแทง 1 หน่วย และชนะ (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)
– ตาต่อไปคุณแทง 2 หน่วย ชนะอีก (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)
– ตาต่อไปคุณแทง 3 หน่วย ชนะ (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)
– ตอนนี้คุณแทงอยู่ที่ 5 หน่วย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) แต่คุณแพ้ตานี้
– ตาถัดไปคุณต้องแทงที่ 4 หน่วย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) แต่ยังอยู่ชั้นเดิมอยู่นะ
– ถ้าชนะ ตาต่อไปให้คุณกระโดดไปแทงที่ 7 หน่วยได้เลย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)
– ถ้าแพ้ ตาถัดไปให้ลดลงอีก 1 หน่วย จะเหลือแทงแค่ 3 หน่วย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) และ 3 หน่วย มันเป็นการถูกลดชั้นลงแล้ว
– ถ้าคุณชนะ ตาต่อไป ต้องแทง 5 หน่วย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) เลื่อนกลับไปชั้นถัดไป
– ถ้าคุณแพ้ ตาต่อไป ต้องแทง 2 หน่วย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11) และชั้นก็ถูกลดลงมาอีก

ข้อสังเกต
– ถ้าชนะ มันจะกระโดดขึ้นทีละขั้นของชุดตัวเลข
– ถ้าแพ้ จะใช้วิธีการลดจำนวนการเดิมพันลงทีละหน่วย หากลดลงไปแล้ว ตัวเลขมีค่าเท่ากับชั้นก่อนหน้าชั้นก็จะถูกลดตามด้วยไปทีละชั้น กลับทีละหนึ่ง

วิธีการเดิมพันโดยใช้เทคนิคการแทงเดิมพันบาคาร่า

บทความนี้เราจะมาอธิบายวิธีการเดิมพันเกมบาคาร่าออนไลน์ โดยใช้เทคนิคการแทงเดิมพันบาคาร่า สูตร Second Last และ Opposit + เดินเงินทบ 7 ชั้น ซึ่งนักเดิมพันบางกลุ่มที่ยังไม่รู้จักสูตรนี้และการเดินเงินทบ 7 ชั้น สามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความก่อนๆ แต่วันนี้เรามาเริ่มต้นเกมบาคาร่าตั้งแต่แรกเลย หรือเกมเริ่มต้นไปแล้วสักหน่อย นักเดิมพันอาจจะเริ่มเข้าห้องบาคาร่าตั้งแต่ต้นเกมก็ได้ และให้นักเดิมพันทำตามวิธีการเดิมพัน ดังนี้

1. แทงอะไรก็ได้ที่คุณชอบไปก่อนสัก 2 ครั้ง
2. หลังจากนั้นให้เริ่มแทงตามระบบ Second Last และ Opposit
– Second Last คือ แทงตามผลก่อนหน้า เช่น P B P ให้แทง B
– Opposit คือ แทงตรงข้ามถ้าพบ เค้าไพ่ 2 ตัวติด เช่น P B B ให้แทง P

“สูตรการเดินเงินแทงทบ 7 ชั้น คือ 1, 2, 3, 5, 7, 9, 11”

– เริ่มต้นจากซ้ายไปขาว (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)
– ถ้าคุณชนะ ตาต่อไปให้เลื่อนชั้นไปทางขวา แทง 2 หน่วย (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)
– ถ้าแพ้ ก็ให้แทงที่ 1 หน่วยไปเรื่อยๆ ก่อน (1, 2, 3, 5, 7, 9, 11)

นี่เป็นวิธีเดิมพันบาคาร่าออนไลน์ สูตร + เดินเงินทบ ซึ่งแม้ว่าการเดินเงินทบจะมีความเสี่ยง แต่เราไม่ได้เงินทบเป็น 2 เท่าทุกครั้งที่เสียเดิมพัน เพราะเรามีการปรับสูตรเดินเงินทบ ให้ลดความเสี่ยงลงและลดจำนวนเงินทุนที่ต้องสำรองการทบลง เพื่อให้นักเดิมพันไม่ตรึงเครียด สำหรับเทคนิคนี้อาจจะไม่ได้กำไรเยอะมากมาย แต่เป็นเทคนิคบาคาร่าที่ปลอดภัยอีกสูตรหนึ่งที่น่าลอง

วิธีการป้องกันที่เป็นไปได้ เมื่อเจอจุดอ่อนของ Second Last

สำหรับเกมบาคาร่าออนไลน์ที่นักเดิมพันใช้เทคนิคแทงบาคาร่าแบบ Second Last (ให้วางเดิมพันเหมือนกับผลของก่อนตัวสุดท้าย) เน้นรูปแบบห้องบาคาร่าที่มีการออกแบบสุ่มหรือสลับไปมา แต่ใช้ไม่ได้กับห้องบาคาร่าที่มีรูปแบบการออกผลติดกันยาวๆ แต่ถ้าเราเจอสถานการณ์ที่ผลลัพธ์บาคาร่าออกติดกันล่ะ นี่แหละคือจุดอ่อนของเทคนิคการแทงบาคาร่าแบบ Second Last หรือเรียกว่า Opposite มาดูวิธีกรใช้งานกันเลยดีกว่า

Opposit วิธีการป้องกันที่เป็นไปได้ เมื่อเจอจุดอ่อนของ Second Last คือ ให้นักเดิมพันแทงสวนทันที หรือ แทงฝั่งตรงข้ามทุกครั้งที่คุณเจอกับเค้าไพ่รูปแบบ PP หรือ BB เป็นต้น เมื่อคุณเห็นเค้าไพ่บาคาร่า ออกสองตัวฝั่งเดียวกันติดกันเมื่อไร เช่น PP หรือ BB ให้นักเดิมพันเดิมพันแทงสวนกับผลของก่อนตัวสุดท้าย PP… (ตัวหนาคือผลก่อนตัวสุดท้าย) เมื่อแทงตรงข้ามตาต่อไปควรแทง B

ตัวอย่างเช่น
– PPBB ตาต่อไปแทง P
– BBPP ตาต่อไปแทง B

ให้นักเดิมพันแทงสวนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากเจอ 2 ตัวติดกัน กรณีอื่นๆ ให้แทงตาม Second Last (แทงตามผลก่อนตัวสุดท้าย)

*ย้ำ อย่าลืมว่าการแทงสวน มันจะต้องแทงสวนกับผลของก่อนตัวสุดท้าย ไม่ใช่ตัวสุดท้าย การแทงยังเป็นการแทงที่ทำอยู่ภายใต้วิธีการของ Second Last เท่านั้น

วิธีการคาดเดาผลลัพธ์เกมบาคาร่า

เชื่อว่านักเดิมพันหลายคนที่กำลังมองหาเทคนิคง่ายๆ ในการแทงเดิมพันเกมบาคาร่าหรือหาวิธีการคาดเดาผลลัพธ์บาคาร่าอย่างงาย ซึ่งบทความนี้เราตอบโจทย์ความต้องการของนักเดิมพันบาคาร่าอย่างแน่นอน เพราะเรามีเทคนิคการแทงบาคาร่าแบบ Second Last เป็นวิธีการคาดเดาผลลัพธ์เกมบาคาร่า โดยที่นักเดิมพันไม่ต้องสุ่มแทงแบบมั่วๆ กันอีกต่อไป มาดูวิธีกรใช้งานกันเลยดีกว่า

เทคนิคการแทงบาคราร่าแบบ Second Last เป็นวิธีที่ให้คุณเดิมพันเหมือนกับผลของก่อนตัวสุดท้าย โดยจะใช้ได้ผลดีที่เดียวกับห้องบาคาร่าที่มีผลการออกแบบสุ่ม ไม่ค่อยมีรูปแบบหรือห้องที่ชอบออกสีเดียวกันติดๆ กันยาวๆ เช่น P B B B B B P หรือ B P P P P P B เป็นต้น เรียกว่าใช้เทคนิคนี้ต้องเน้นห้องแบบออกสุ่มหรือออกสลับกันก็จะคุ้มเลยทีเดียว

ตัวอย่าง
– PBP ตาต่อไปให้แทงตามตัวหนา B
– PBPB (ถูก +1) ตาต่อไปให้แทง P
– PBPBB (ผิด -1) ตาต่อไปให้แทง B
– PBPBBB (ถูก +1) ตาต่อไปให้แทง B
– PBPBBBB (ถูก +1) ตาต่อไปให้แทง B
– PBPBBBBB (ถูก +1) ตาต่อไปให้แทง B
– PBPBBBBBP (ผิด -1) ตาต่อไปให้แทง B
– PBPBBBBBPB (ถูก +1) ตาต่อไปแทง P
– รวม +3

สำหรับการแทงแบบ Second Last มันมีจุดอ่อนคือ ถ้าดันไปเจอ เค้าแบบนี้ครับ (PP, BB, PP, BB) ถ้าเป็นแบบนี้คุณจะเสียแน่ทุกตา เช่น มันออก PP ตาต่อไปเราเดา P ตามตัวหนา สุดท้ายออก B เราก็จะเสีย ดังนั้นเมื่อเสียติดกัน 2 – 3 ตาให้หยุดเดิมพันก่อน แล้วสังเกตรูปแบบเกมบาคาร่า หากรูปแบบเกมไม่ตรงกับเทคนิคนี้ นักเดิมพันควรหาห้องเล่นใหม่ทันที

การใช้เทคนิคแทงบาคาร่าแบบ Second Last

สำหรับเทคนิคบาคาร่า แบบ Second Last เป็นวิธีการเคาเดาการแทงเดิมพันที่ง่ายที่สุด โดยนักเดิมพันไม่ต้องคิดวิเคราะห์อะไรให้ยุ่งยาก แถมยังใช้ได้ผลดีอีกด้วย ซึ่งวิธีการ Second Last นี้ คือ การวางเดิมพันซ้ำผลของตัวก่อนหน้า เช่น PBP ตาถัดไปต้องแทง B เป็นต้น แต่เทคนิคนี้ไม่เหมาะกับห้องบาคาร่าแบบออกผลติดกันยาวๆ หรือ ห้องมังกร เพราะจะทำให้วิธีการคาดเดาผลผิดพลาดง่ายมากๆ ถือว่าเป็นจุดอ่อนของเทคนิคนี้ ที่เรามีวิธีป้องกัน (Opposit) คือ เจอเค้าไพ่ PP หรือ BB ให้แทงสวนตัวก่อนหน้านั่นเอง

การใช้เทคนิคแทงบาคาร่าแบบ Second Last หวังว่านักเดิมพันจะทำความเข้าใจกับวิธีการแทงบาคาร่าแบบนี้ได้ง่าย และคุณควรจะชนะ อย่างน้อยครึ่ง ของการเดิมพันทั้งหมด แน่นอนว่าวิธีการนี้ดีกว่าการเดาแบบหลับตา สุ่มๆ เช่น แทงด้านเดียวแบบต่อเนื่อง หรือจะแทงสลับต่อเนื่อง เป็นต้น เริ่มต้นมาดูตัวอย่างการเดาเลย หากมีเค้าบาคาร่าออก ยังไงจะต้องแทงยังไง ดังนี้

ตัวอย่างการเดิมพัน
P B ตาต่อไปให้แทง P (Second Last)
P B B (-1) ตาต่อไปแทง P (Opposit) แทงสวน
P B B B (-1) ตาต่อไปแทง B (Second Last)
P B B B B (+1) แทง B (Second Last)
P B B B B P (-1) แทง B (Second Last)
P B B B B P B (+1) แทง P (Second Last)
P B B B B P B B (-1) แทง P (Opposit) แทงสวน

สำหรับเทคนิคการแทงบาคาร่าแบบ Second Last เป็นวิธีการเดาผลที่ไม่คาดหวังว่าจะต้องถูกติดๆ กัน ได้บวกเยอะกว่าลบถึงจะได้กำไร แต่เรากำลังคาดหวังให้อย่างน้อยที่สุดมันถูกผิดสลับกันไปแบบนี้ดีแล้ว และกรณีที่เราไม่ต้องการที่สุด คือ ผิดติดกันตลอด เพราะจะทำให้เราแก้เกมกลับมาไม่ได้นั่นเอง

วิธีการเดิมพันเกมไพ่บาคาร่าสำหรับมือใหม่

สำหรับเกมบาคาร่าออนไลน์ ถือว่าเป็นเกมคาสิโนที่เล่นง่าย ทำกำไรได้จริงๆ เพราะรูปแบบการเดิมพันเล่นง่าย เพียงแค่ทายผลชนะสองฝั่ง ระหว่างฝั่งเจ้ามือ Banker กับ ฝั่งผู้เล่น Player นักเดิมพันต้องทายว่าฝั่งไหนจะได้แต้มเยอะกว่ากัน ฝั่งนั้นคือผู้ชนะ โดยแต้มสูงสุดคือ 9 แต้ม

วิธีการเดิมพันเกมยอดนิยมเช่นเกมบาคาร่าออนไลน์ ในทุกๆ ครั้งที่เกมเริ่มขึ้น เช่น คุณจะต้องเดาสีแดง (ฝั่งเจ้า) และ สีน้ำเงิน (ฝั่งผู้เล่น) ซึ่งมันเป็นไปได้ว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบนี้

– ออกผลลัพธ์เดียวกัน กับครั้งที่แล้ว
– ออกตรงข้ามกับครั้งที่แล้ว

ส่วนสถิติของเกมและเค้าไพ่บาคาร่า ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นในการคาดเดาผลลัพธ์ ซึ่งมันเป็นไปได้หลายอย่าง บางคนอาจจะใช้เค้าไพ่บาคาร่าอ่านเกมและใช้เพื่อการตัดสินใจ เช่น
– ออกติดกัน BBBBB หรือ PPPPP
– ออกสลับ BPBPBP
– ออกเป็นคู่ BBPPBBPP

สำหรับเค้าในห้องบาคาร่าอาจจะเป็นยาวๆ แบบนี้ P P B P B P P P B P P P B B B B B P B P B เมื่อเราเห็น เราอาจจะต้องอ่านและวิเคราะห์ เพื่อตัดสินใจ โดยวิธีที่เด่นที่สุดที่จะใช้คือ Second Last (วางเดิมพันเหมือนกับผลของก่อนตัวสุดท้าย) นั่นเอง

การแทงทบ 7 ชั้น ในเกมบาคาร่าออนไลน์

สำหรับการแทงทบในเกมบาคาร่าออนไลน์ ถูกนิยมใช้แก้เกมเมื่อเสียเดิมพันมากที่สุด เพื่อเอาทุนและกำไรกลับคืนมารวดเดียว แต่แลกมาด้วยความเสี่ยง การเดินเงินทบนักเดิมพันหลายคนมักจะเดาได้ว่า ต้องเป็นสูตรเดินเงินแบบมาร์ติงเกล ที่เพิ่มเงินเป็นสองเท่าเมื่อเสียเดิมพัน ทบไปเรื่อยๆ จนชนะ แต่อย่างว่าล่ะการทบแบบนี้ต้องทุนหนามากๆ ยิ่งทบเงินมากขั้น ยิ่งเสี่ยงสูญเสียเงินมากขึ้นเท่านั้น

ในบทความนี้เราจะสอนหลักการแทงทบ 7 ชั้นในเกมบาคาร่าออนไลน์ โดยปรับสูตรมาร์ติงเกลที่ต้องเพิ่มทวีคูณเข้าหาความเสี่ยงเพื่อให้ได้เงินและกำไรกลับคืนมา แต่เราจะปรับสูตรการแทงทบให้มีความเสี่ยงลดลงและใช้เงินทุนลดลงอีกด้วย โดยนักเดิมพันท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า การทบ 7 ชั้น ตามชุดตัวเลขที่กำหนดเอาไว้ เป็นระบบพื้นฐานที่ดีที่สุด คล้ายสูตรมาร์ติงเกลแต่ไม่ใช่ เพราะไม่ได้ทบแบบทวีคูณสองไปเรื่อยๆ

“หลักการแทงทบ 7 ชั้น คือ 1, 2, 3, 5, 7, 9, 11”

ตัวอย่างเช่น แทน 1 หน่วย เท่ากับ 25 บาท แสดงว่า คุณจะต้องแทงเดิมพันตามชุดตัวเลข ดังนี้ 25 บาท, 50 บาท, 75 บาท, 125 บาท, 175 บาท, 225 บาท, 275 บาท ซึ่งคุณจะต้องใช้ทุนทั้งหมด 950 บาท หรือ ถ้าเดิมพันครั้งละ 50 บาท แสดงว่า นักเดิมพันควรมีเงิน 2,500 บาท ในบัญชีนั่นเอง

สำหรับเงินเดิมพันก่อนการเล่นเกมบาคาร่าออนไลน์ แนะนำว่า นักเดิมพันควรมี ขั้นต่ำ 50 เท่าของการเดิมพันที่น้อยที่สุด การเดิมพันที่น้อยที่สุดคือ 1 หน่วย เช่น วางเดิมพัน 1 หน่วย = 10 บาท แสดงว่า นักเดิมพันควรมีเงินอยู่ในบัญชีคาสิโนออนไลน์ 10×50 = 500 บาท เป็นต้น

3 รูปแบบการแจกและใช้ไพ่ในเกมโป๊กเกอร์

ในบทความนี้เราจะมาเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับชนิดของเกมโป๊กเกอร์ตามรูปแบบการแจกและใช้ไพ่เป็น 3 แบบ ต้องบอกก่อนว่าบทความนี้เหมาะสำหรับนักเดิมพันที่มีประสบการณ์เล่นเกมโป๊กเกอร์มาบ้างแล้ว หรือผู้ที่ชื่นชอบในเกมโป๊กเกอร์ ดังนี้

1. Draw poker คือ เกมโป๊กเกอร์ที่เล่นโดยการแจกไพ่ทั้ง 5 ใบให้ผู้เล่น โดยผู้เล่นสามารถที่จะเลือกไพ่ในมือเพื่อเปลี่ยนได้ตั้งแต่ 1 – 5 ใบ บางครั้งก็เลยเรียกว่าเกม Five Card Draw

2. Stud poker เป็นเกมโป๊กเกอร์ที่มีการแจกไพ่ทั้งหงายและคว่ำ โดยผู้เล่นจะได้ลงเดิมพันกันหลายๆ รอบ มีสองแบบที่นิยม คือ Five Card Stud กับ Seven Card Stud

3. Community card poker คือ เกมโป๊กเกอร์ที่ผู้เล่นจะได้รับไพ่จำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นต้องใช้ไพ่กลางที่หงายร่วมกัน ที่นิยมมากๆ ก็คือ Texas Hold ‘em กับ Omaha Hold ‘em

สำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ในแบบที่ 1 ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นกันเองคล้ายๆ การจับกลุ่มเล่นไพ่ดรัมมี่หรือไพ่บริดจ์ โดยอาจจะมีการลงเดิมพันหรือไม่มีก็ได้ แต่การเล่นโป๊กเกอร์ในแบบที่ 2 และ 3 จะเป็นเกมที่เล่นในรูปแบบคาสิโนเต็มตัว

หลายเกมของโป๊กเกอร์ถูกพัฒนามาเป็นเกมคาสิโนออนไลน์ และไลฟ์เกมออนไลน์ ตลอดจนเกมทัวร์นาเม้นท์ออนไลน์ด้วย ผู้ที่สนใจการเล่นโป๊กเกอร์สามารถยึดเป็นอาชีพได้ โดยสามารถเล่นเพื่อทำเงินจากคาสิโนต่างๆ ไปจนถึงเข้าร่วมในทัวร์นาเม้นต์ที่มีจัดขึ้นอย่างกว้างขวางในปัจจุบันนี้นั่นเอง

แต่ในบางครั้ง Flop อาจจะออกมาเป็นคู่ที่เล็ก
– Hole Card เป็น A♥7♦
– ไพ่ Flop เป็น 7 ♥J♠K♠

สถานการณ์นี้จะทำให้มี 1 คู่ A♥7♦และมีโอกาสได้คู่ของ A? J? และ K? ซึ่งเป็นคู่ที่ใหญ่พอสู้มืออื่นๆ จากจังหวะหงายไพ่ turn แต่ส่วนใหญ่แล้วมือไพ่ที่มีแค่คู่ 7 มักจะถูกหมอบก่อนสู้ไปมากกว่านี้ เนื่องจากโอกาสเสียสูงกว่า

การเลือกไพ่ในวิดีโอโป๊กเกอร์

วิดีโอโป๊กเกอร์เป็นอีกเกมที่ได้รับความนิยมมากในยุโรปและออสเตรเลีย ด้วยเหตุผลที่ว่ามันใช้ทักษะพอๆ กับโชคและดวง โดยพื้นฐานการเล่นของเกมที่อ้างอิงจากชุดของโป๊กเกอร์ ดังนั้นผลการตัดสินแพ้ชนะ คือ การที่ผู้เล่นมองโอกาสของเกมว่า หากเก็บไพ่หรือเปลี่ยนไพ่ใบใดแล้วจะได้ไพ่ที่ดีกว่าเดิม

ในบทความนี้เราจะแนะนำการเลือกไพ่ (Hold) จากตัวอย่างหน้าไพ่ชุดนี้ คือ K♣ 2♠ J♠ 2♥ 9♦ ในการเลือก Hold Card การเล่นพื้นฐาน Jack or better คือ ผู้เล่นจะได้รางวัล 1 : 1 ที่ขั้นต่ำสุดหากมีอย่างน้อยคู่ J

จากตัวอย่างที่เห็นจะเข้าใจได้ว่าผู้เล่นมีไพ่ในมือ คือ 2♠ 2♥ กับ J♠ หรือ K♣ ทำให้เกิดความสงสัยที่เกิดขึ้น คือ ผู้เล่นจะเลือกเก็บแค่คู่ 2 หรือเก็บทั้งคู่ 2 และ J/K ด้วย

เงื่อนไขมีอยู่ว่า
1. เก็บเฉพาะคู่ 2 เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ไพ่ตอง 2
2. เก็บคู่ 2 และ J/K เพื่อให้ได้ตองสอง หรือ สองคู่ของ 2 กับ J/K

จากการตัดสินใจของเซียนวิดีโอโป๊กเกอร์ปรากฏว่า การเก็บแค่คู่ 2 มีโอกาสได้ไพ่ที่ดีกว่าและชนะรางวัลมากกว่าการเก็บคู่สอง 2 และไพ่ J ไว้ด้วยอยู่ราวๆ 0.04% ในแต่ละรูปแบบ และมีโอกาสชนะมากกว่าถึง 0.07%

ดังนั้นในการเล่นวิดีโอโป๊กเกอร์ หากผู้เล่นได้ไพ่คู่ที่แต้มต่ำกว่าคู่ J และมีไพ่ 1 ใบเป็นไพ่ขอบ (Face Car = J, Q, K) ให้ผู้เล่นเก็บเฉพาะไพ่คู่ไว้เท่านั้นจึงจะมีโอกาสชนะมากกว่านั่นเอง